การรวมรุ่นของศิษย์เก่ามงฟอร์ต
รุ่น 2516 ก็เหมือน ๆ กับศิษย์เก่าทั่ว
ๆ ไป เมื่อสำเร็จการศึกษาและเริ่มประกอบอาชีพแล้ว
ก็ค่อย ๆ รวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง
ๆ โดยทั่วไปก็เป็นการจัดเลี้ยงเพื่อให้เพื่อนฝูงได้กลับมาพบปะสังสรรค์
มีการออกวารสารประจำรุ่นชื่อ
“ทิวสน” มาในระยะเวลาหนึ่ง
การรวมกลุ่มทางสังคมนี้เป็นไปตามอัตตภาพเรื่อยมา
ในขณะที่สมาชิกของรุ่นนี้ก็ดำเนินชีวิตประกอบกิจการและทำงานในองค์กรต่าง
ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
หากจะนับปีเกิดของสมาชิกในรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณปี
พ.ศ. 2500 จะสามารถอธิบายได้โดยง่ายว่าในช่วงระหว่างปี
พ.ศ.2535 เป็นต้นมา ซึ่งสมาชิกในรุ่นก็มีอายุ
35 ปีขึ้นไป เริ่มประสบความก้าวหน้าในเส้นทางที่เดินและดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
แต่แล้วเมื่อประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปี
พ.ศ. 2539 ทำให้หลายคน “บาดเจ็บ” มากบ้างน้อยบ้าง
ทุกคนต่างต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจของตัวเองและครอบครัว
จนถึงปี พ.ศ. 2542 ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น
การรวมตัวของสมาชิกเพื่อเป็น
“แกน” ของรุ่นก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งภายใต้แนวคิดใหม่
คือ พยายามดึงเอาสมาชิกในรุ่นที่มีความพร้อมในด้านเวลามารวมกัน
แล้วใช้ศักยภาพที่ต่างคนต่างมีอยู่มาสร้างสรรการทำกิจกรรมของรุ่น
ซึ่งจะต่างจากการเน้นไปที่ศักยภาพก่อน
เพราะคนที่มีศักยภาพสูงมาก
อาจจะไม่พร้อมในเรื่องของเวลา
การรวมตัวและแนวคิดใหม่ในการจัดการดังกล่าว
ทำให้เกิดรูปแบบการดำเนินงานที่ไม่มีกรรมการโดยตำแหน่ง
ยกเว้นประธานรุ่น เพราะจะเป็นผู้ที่ไปร่วมประชุมและประสานงานกับสมาคมศิษย์เก่ามงฟอร์ตและโรงเรียนมงฟอร์ตในการดำเนินกิจกรรมต่าง
ๆ เป็นที่น่าชื่นชมว่า
การจัดกิจกรรมของรุ่นแต่ละครั้งได้ดำเนินการโดยได้รับความร่วมมือจากเพื่อน
ๆ ในรุ่นตามความพร้อมและศักยภาพที่มี ทำให้งานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตลอดมา
ในระยะเวลา
8 ปี ที่ผ่านมาของการดำเนินกิจกรรมของศิษย์เก่ามงฟอร์ต
รุ่น 2516 ภายใต้หลักการดังกล่าว
เริ่มจากการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์
ที่ร้านดาเรศ ในเดือนเมษายน
2542 หลังจากนั้นก็ได้จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งเพื่อหารายได้สำหรับดำเนินกิจกรรมรุ่นในเดือนตุลาคม
ปีเดียวกัน พอถึงเดือนมกราคม
2543 ก็ได้ไปบริจาคสิ่งของและเครื่องใช้ให้ประชาชนที่ขาดแคลนที่ตำบลเชิงดอย
อำเภอดอยสะเก็ด ส่วนงานเลี้ยงสังสรรค์ก็ได้จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
2544 ในรูปแบบการร้อง-เล่น
(คาราโอเกะ-โบว์ลิ่ง)
ณ กาดสวนแก้ว และอีกสามปีต่อมาก็จัดขึ้นในวันที่
10 เมษายน 2547 ณ โรงแรมเพรสิเดนท์
ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง
จำนวนเพื่อน ๆ ที่มางานมากถึง
104 คน นับเป็นตัวเลขที่สูงมากกับกลุ่มศิษย์เก่าในหนึ่งรุ่นที่จบไปแล้วร่วมสามสิบปี
ส่วนสำคัญที่สุดของงานคือการแสดงมัลติวิชั่นเกี่ยวกับภาพในอดีต
ซึ่งระดมภาพในอดีตจากหลาย
ๆ คน แล้วนำมาดำเนินการผลิต
โดย อาจารย์รชฏ (มิก) ทุกคนต่างได้รำลึกถึงอดีตที่มีด้วยกันมายาวนานเมื่อเห็นภาพของตนเองและผองเพื่อนสมัยเด็ก
ๆ ผู้ที่มีส่วนสำคัญยิ่งอีกคนหนึ่งก็คือ
สลิล (บี้) ที่รับผิดชอบการเตรียมงานในส่วนของสถานที่
และการผลิตเสื้อแจ๊กเก็ตรุ่นอีกด้วย
รองศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย
(เอก) ก็แข็งขันในการจัดทำทำเนียบรุ่นในวันงานชนิดมีภาพถ่ายดูกันสด
ๆ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์
และเป็นผู้ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ทางจดหมาย
ตุ้ม ไทยนิวส์ ก็ทุ่มเทประชาสัมพันธ์ในไทยนิวส์
จนเป็นที่ฮือฮาทั้งเมืองและที่ขาดเสียไม่ได้ทุกงานก็คือ
อมรศักดิ์ (ตึ๋ง) ผู้เป็นกำลังขับเคลื่อนของรุ่นในการประสานงานกับเพื่อน
ๆ งานนั้นจบลงด้วยความชื่นมื่น
และในปีนี้ พวกเราก็กลับมารวมพลังกันอีกครั้งหนึ่ง
ด้วยฝีมือการจัดงานและการผลิตเสื้อแจ๊กเก็ตรุ่นของ
สลิล (บี้) และการประชาสัมพันธ์สะท้านเมืองของ
ตุ้ม ไทยนิวส์ เช่นเคย
โดยในปีนี้วางแนวเป็น
คาวบอย ไนท์ เพื่อสร้างความครึกครื้นให้มากขึ้น